Wednesday, December 19, 2012

ช้างกับเสือ



เชียงเมี่ยงมาก่อนไก่


มีวันหนึ่ง เจ้าหอฅำได้สั่งให้คนสึกหลวงไปบอกกับเชียงเมี่ยงให้มาหาในวันพรุ่งนี้ตอนเช้าเเต่มีข้อเเม้ว่าเชียงเมี่ยงจักต้องมาก่อนไก่ขันตอนเช้า หากเร็ดตามบ่ได้จักถูกเร็ดร้ายสั่งสอน. หลังจากคนสึกหลวงได้รับคำสั่งก็ฟ้าวเอาคำสั่งนี้ไปเเจ้งให้เชียงเมี่ยงได้รู้ทันที. ฝ่ายเชียงเมี่ยงหลังจากได้รับคำสั่งจากคนสึกหลวงก็บ่ยินเป็นห่วงอันใด. เมื่อตาวันตกดิน เชียงเมี่ยงก็เข้านอนตามทั่วไป จนยามล่วงผ่านใกล้จักแจ้ง ไก่ก็ขันดังๆ ขึ้น เชียงเมี่ยงจึ่งลงจากเรือนเข้าไปหาคอกไก่เเล้วจับเอาไก่พ่อตัวหนึ่งเอามาผูกเชือกไว้เเล้วเชียงเมี่ยงจึ่งกลับขึ้นเรือนไปนอนต่อ. เมื่อตาวันขึ้นเป็นวันใหม่ เชียงเมี่ยงก็ลุกจากที่นอนล้างหน้าล้างตาหาเข้ากินตามทั่วไปบ่ได้รีบร้อนสัง โดยบ่สนใจว่าเจ้าหอฅำให้เข้าเฝ้าด่วนปานใด.
ตกตอนบ่าย ใกล้ค่ำเเล้ว เชียงเมี่ยงจึ่งออกจากเรือนเเล้วก็จูงไก่ตัวที่มัดเชือกไว้ย่างไปตามทางฟังเสียงไก่ร้องดังๆ ตามหลัง. เชียงเมี่ยงร้องดุใส่ไก่ว่า 
"มึงนี้ จักร้องไปเร็ดสัง. บ่รู้หาว่าเจ้าหอฅำ เพื่อนให้ไปพ้อไว. เพื่อนบอกว่าให้กูย่างก่อนเเล้วมึงย่างตามหลัง มึงจักร้องไปเร็ดสัง. หากมึงบ่ฟังความ กูกลับมากูจักข้ามึงแปลงลาบเสีย"
เชียงเมี่ยงย่างลากไก่ไปตามทาง คนใดๆ ก็พากันว่าเชียงเมี่ยงสังเร็ดบ่ดีเเท้ เที่ยวลากไก่ย่างไปตามทาง. เชียงเมี่ยงจั่งตอบไปว่า
"สูเจ้าจักมาปากมาว่าติข้าไปเพื่ออันใดหา. เจ้าหอฅำสั่งให้ข้าไปเข้าเฝ้าก่อนไก่. ข้าจึ่งจูงไก่มาตามหลังนี่ใด"
เชียงเมี่ยงไปรอดวังก็เข้าไปน้อมไหว้ท่านเจ้าหอฅำทังถามเพื่อนว่า 
"เจ้าหอฅำ มีความอยากใคร่อันใดข้าน้อยฤๅ ที่ร้องมาเข้าเฝ้าก่อนไก่ บัดนี้ข้าน้อยก็ได้เร็ดตามคำสั่งเสี้ยงเเล้ว แม่นจูงไก่มาตามหลัง. ปากง่ายๆ ก็แม่นข้าน้อยมาก่อนไก่."
หลังจากเจ้าหอฅำได้ฟังเชื้อนั้นก็คึดใจร้ายเชียงเมี่ยงอยู่ในใจเเต่ก็คิดถึงคำสั่งอันคลุมเครือของตัวเก่า จึ่งเร็ดให้หมากเป็นเช่นนี้

Thursday, December 13, 2012

ลูกอ่อนเลี้ยงแกะมักหลอก


วันหนึ่ง มีลูกอ่อนเลี้ยงเเกะคนหนึ่งคิดหาเรื่องม่วนๆ เหล้น. มันจึ่งเเกล้งร้องดัง ขึ้นมาว่า
"ช่วยด้วย! ช่วยตูข้าด้วย" เทียวหันซ้ายหันขวา "หมาป่าหมาเถื่อนมากินหมู่ลูกเเกะข้าเเล้ว ช่วยด้วยน้อ!"
ร้องแล้วแล้วก็หัวกับตัวเก่า. "ห้าๆ เขาเจ้าคงเชื่อกูกันใหญ่."
ชุมไทบ้านได้ยิน จึ่งพากันแล่นมาช่วยพร้อมด้วยเครื่องปืนต่างๆ 
"อยู่ที่ใดกันๆ ข้าบ่เห็นอันใดทังสิ้น. สูเจ้าเห็นบ่."
"ตูข้าก็บ่เห็น. บ่เห็นมีหมาป่าสักตัว."
ลูกอ่อนปากว่า "มันแล่นไปทางพู้นเเล้วน้อ."
ลูกอ่อนเลี้ยงเเกะหลองลวงปากว่าบ่แท้เเล้วก็เเอบหัวชมใจเมื่อหลัง.

หลังเมื่อนั้น ลูกอ่อนเลี้ยงเเกะก็เเกล้งหลอกให้ไทบ้านแล่นหน้าตื่นเหมือนเก่าได้อีก ๒- ๓ ครั้งคราว. ชุมไทบ้านก็พากันมาช่วยคู่ครั้ง แต่ก็บ่เห็นว่ามีหมาป่าสักตัว.

จนวันหนึ่ง มีหมาป่ามาไล่กินหมู่แกะแท้ๆ ทีนี้ลูกอ่อนเลี้ยงเเกะ ร้องขอความช่วยเหลือจนเสียงแหบเสียงแห้ง. "ช่วยด้วยๆ ช่วยตูข้าด้วย. หมาป่ามากินแกะน้อยแล้ว." ร้องอีกจนน้ำตาไหลเข้าปาก.
ชุมไทบ้านก็บ่มาเพื่อเขาเจ้าคิดว่าลูกอ่อนนั้นหลอก.
"ตูข้าบ่เชื่อมันดอก. สูเจ้าอย่าไปช่วยมันน้อ."
และแล้ว หมาป่าก็ไล่กินแกะจนหมดจนเสี้ยง. จากนั้นลูกอ่อนคนนั้นก็บ่กล้าปากบ่เที่ยงบ่แท้อีกสืบมา.

Wednesday, December 12, 2012

กินนรี

กินนรีและกินนรา ขาสองตัวผัวเมียนั้น ฟ้อนและร้องความม่วนชื่นกันอยู่ในป่าในเถื่อน. มีผู้ล่าเนื้อคนหนึ่ง ไปวางกับดักแล้วจับขาทังสองได้. 
"กูเอาไปให้เจ้าหอฅำดีกว่า" เพื่อนปากกับตัวเก่า.
เมื่อขาให้ยินก็ปากดังขึ้นว่า "เจ้าพี่อ้ายเหย ปล่อยเผือข้าไปเถิด."
"มิได้ดอก กูปล่อยเขือมิได้ดอกโว้ย."
เพื่อนปากแล้วก็เอาไปรอดในเวียงเพื่อเอาไปให้เจ้าหอฅำ. เจ้าหอฅำชมดีใจยิ่งนัก.
"เขือร้องความให้กูชมบัดเดียวนี้." เจ้าหอฅำสั่งขา. "และก็ฟ้อนให้กูชมด้วย."
ขาผัวเมียก็อยู่ไว้เอย็นเอย็น พากันมองลงพื้น ปากปิดมิดชิด.
"เขือเป็นอันใดกัน." เจ้าหอฅำปากดัง เอามือตบแท่น คิ้วชนกันแหน้น มองทังสองบ่ปล่อยสายตา. "เพื่ออันใดถึงอยู่นิ่งซื่อๆ"
ใช้วันหนึ่งบ่ฟ้อน ใช้สองวันก็บ่ฟ้อน ใช้สามวันเต็มเต็ม ความก็ยังบ่ร้องให้ชม. ฟ้อนก็บ่ฟ้อนให้ชมด้วย. ขุนหอฅำใจดำยิ่งนัก.
"นี้เขือกล้าดีกับกูแม่นบ่." ปากแล้วก็หันไปมองหมู่บ่าวใช้ "นี้สูเจ้าทังหลาย" เจ้าหอฅำเอามือชี้ขา. "จ่งพากันเอาขาไปข้าตายถิ้มเสียบัดเดียวนี้."
กินนรีได้ยินจั่งบอกเล่ากับเจ้าหอฅำ อย่างน้ำตาร่วงน้ำตาไหล. 
"อย่าข้าเผือข้าเถิดเจ้าข้า. หากเผือข้าทังสองฟ้อนให้ชม ร้องความให้ชมแล้ว คนว่าดีก็มี คนว่าช้าก็มี. เผือข้าจั่งบ่กล้าออกเสียงเจ้าข้า. ไว้สายใจสองเผือด้วยเถิดเจ้าข้า." กินนราเอามือเช็ดน้ำตาเมีย.
เมื่อเดียวนี้แท้ สบดีความงาม ถึงคราบถึงยามจั่งปากจั่งว่า เหมือนดั่งความกับถูก.
"ข้าขอบอกเล่าเจ้าข้า." กินนรีปากต่อ.
เมื่อยามนั้น เจ้าหอฅำคิดไว้. บัดเดียวนี้บ่ใจดำแล้ว.
"ใช่แท้ เออ ความนี้." เจ้าหอฅำปากกับตัวเก่า. แล้วหันไปหาผู้ล่าเนื้อ. "ผู้ล่าเนื้อ โว้ย. ที่อยู่เก่าขาที่มึงเอามานั้น กลับฅืนไปปล่อยขาดีดีเสีย. คำสั่งมีดั่งนี้แหละ."

Monday, December 10, 2012

ความเป็นมาของ แมนนี่ ปาเกียว

พ่อชายแมนนี่ ปาเกียว (Manny Pacquiao) หรือ แมนนี่ ปาเกียว เปนผู้ตีต่อยลุ่มฟ้าและผู้การเมืองคนฟิลิปปินส์. ออกเห็นหล้าเมื่อวันที่ 17 เดือนสิบสอง ปี พ.ศ. 2521 ที่ เวียงบูคิดนอนเมืองฟิลิปปินส์. เพื่อนมีชื่อเต็มว่า เอ็มมานูเอล ดาปิดราน ปาเกียว (Emmanuel Dapidran Pacquiao). 


ความเปนมา

แมนนี่ ปาเกียว ออกเห็นหล้าในเครือครอบครัวที่ยากจนนักในเวียงบูคิดนอน อันเปนเวียงทางตอนใต้ของเมืองฟิลิปปินส์ โดยเปนลูกชายคนที่ 2 ในกลุ่มลูก ๆ ทังหมด 4 คน ของ พ่อชายโรซาลิโอ และ แม่ญิงดิโอนิเซีย ปาเกียว. ขาเจ้าทังคู่แยกทางกันตั้งแต่ปาเกียวยังน้อยๆ. ปาเกียวขึ้นชกต่อยด้วยความยากจน ขึ้นชกต่อยลุ่มฟ้าเปนหน้าที่การงานครั้งที่หนึ่งเมื่อต้นปี พ.ศ. 2538 ที่เวียงมะนิลา อันเปนเมืองหลวงของเมืองฟิลิปปินส์. เพื่อนได้ค่าตัวครั้งที่หนึ่ง 100 เปโซ โดยส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัวบ่อยุด.

แมนนี่ ปาเกียว นั้น เหล่าผู้คนถือเปนผู้ตีต่อยเชื้อฟิลิปปินส์ที่บ่เหมือนกับผู้ตีต่อยฟิลิปปินส์ผู้อื่น ๆ ด้วยเปนการตีต่อยแบบหนักหนา. หมัดหนักทังซ้ายและขวา ใจห้าวหาญบ่กลัวบ่อย้านคนใด และการเป็นอยู่ของร่างอันแข็งแกร่ง.

หลังจากนั้น ปาเกียวก็ได้เที่ยวไปชกต่อยและใช้สายใจในเมืองรวมอเมริกา ก่อนที่จักมีชื่อเสียงในยามต่อมา.


การเปนอยู่ส่วนตัว 

ปาเกียวแต่งงานกับแม่ญิงจินกี้ จาโมร่า เมื่อปี พ.ศ. 2541 ตอนที่แม่ญิงจินกี้ขึ้น 18 ปี ปาเกียวขึ้น 19 ปี. บัดเดียวนี้ ขาเจ้าทังคู่มีลูกด้วยกันทังหมด 4 คน. ปาเกียวเปนผู้ตีต่อยที่ไว้ผมยาว โดยเจ้าตัวให้หมากการว่าเนื่องจากว่าเพื่อนมักพอใจพ่อชายบรูซ ลี จึ่งไว้เลียนแบบ.

อ้างอิง
http://th.wikipedia.org/wiki/แมนนี่_ปาเกียว accessed 12/10/2012

Friday, October 19, 2012

พีนอคคีโอ

นานมาแล้ว มีช่างตัดไม้ผู้เถ้าและเดียวดายคนหนึ่งชื่อ เจพเพทโท.  วันหนึ่ง เพื่อนแปลงหุ่นชักเชือกจากไม้กับเชือกเส้นเดียว. คืนนั้น หญิงฟ้าร่างงามตนหนึ่งออกมาเยี่ยมและเสกให้หุ่นชักเชือกตัวนั้นย่างและปากได้. 
"จากนี้ไป เจ้าจักมีสายใจ จักปากได้ ย่างได้ ดั่งลูกอ่อนแท้." เสกแล้วก็หายตัวไปกับลม.

เช้าวันต่อไปนั้น เจพเพทโทตื่นขึ้นมาแล้วก็พบหุ่นชักเชือกตัวนั้น.
เพื่อนถูตาตัวเก่า แล้วคลุกเข่า แล้วปากด้วยความตกใจ "เจ้าเป็นผู้ใดกัน"
หุ่นชักเชือกมองขึ้นแล้วปากว่า "ข้าบ่รู้" มันตอบ. "ข้าเป็นคนใดกัน. บอกข้าด้วย."
"บ่เป็นอันใดดอก ลูกเอ๋ย. จากนี้ไป ข้าจะร้องเจ้าว่า พีนอคคีโอ. แล้วข้าจักเป็นพ่อของเจ้า. เจ้าจึ่งต้องร้องข้าว่า พ่อ เข้าใจบ่"
"ข้าเข้าใจแล้ว พ่อข้า" มันตอบ พร้อมยิ้ม

วันต่อไปนั้น เจพเพทโทเอาเงินทังหมดให้พีนอคคีโอ เพื่อให้มันไปซื้อพลับเพื่อไปโรงเรียน. 

"ลูกรู้สึกยินดีนักหนา พ่อข้าเอ๋ย" มันปากด้วยความดีใจ
"ไปเสีย เอาเงินไปซื้อพลับซื้อหนังสือเสีย"
แต่ว่า พีนอคคีโอนั้นกลับเอาเงินไปซื้อปี้งานเลี้ยงเหล้น. 

ที่งานเลี้ยงเหล้นนั้น มีคนหลอกเหล้นสองคนเอาหมวกให้พีนอคคีโอ. 
"เอาไปเสีย เผือข้าสองคนให้เจ้า" ขาเจ้าปาก
"เขือเจ้าให้ข้าเพราะอันใดกัน" มันตอบ
"เอาไปเถิด บ่ถ้าถามดอก"
"เจ้ามาอยู่กับเผือข้าเถิด. เรามาเหล้นด้วยกันเน้อ."
แต่พีนอคคีโอนั้นบอกว่า "บ่ได้ดอก. ข้าต้องต้องกลับบ้านกลับเรือนไปหาพ่อแล้ว"
หมู่คนหลอกเหล้นก็เอาเงินฅืนพีนอคคีโอไป.

แต่หว่างมันกลับเรือนนั้น ก็พบแมวชั่วช้าตัวหนึ่งกับหมาป่าน้อยตัวหนึ่ง.
"เอาเงินมาให้เผือเสีย." ขาเจ้าปาก "คันบ่ให้ เผือจะข้าพ่อมึง"
"เอาไปเสีย. อย่า..า..า..ข้าพ่อข้าเลย..ย...ย. ข้ารักเพื่อนนักหนา" มันปากไปไห้ไป.
ขาเจ้าก็ปล้นพีนอคคีโอ.

เมื่อพีนอคคีโอเมือเรือน หญิงฟ้าจึ่งออกมาอีก และถาม
"มีอันใดขึ้น."
พีนอคคีโอนั้นกลับตอบว่า "ข้าโดนตัวมีใจเถื่อนจับ".
ทันใดนั้น ดังของมันก็ยืดออกมา.
"หา นี้อันใดกัน" มันปากด้วยความตกใจ เอามือจับดังตัวเก่า.
หญิงฟ้าจึ่งยิ้มพร้อมส่ายหัวเบ่าๆ แล้วบอกว่า "หากเจ้าปากบ่แท้ ดังของเจ้าจักงอกออกมาเรื่อยๆ"
พีนอคคีโอมองลงพื้นด้วยความอาย.
หญิงฟ้าปากต่อ "บัดเดียวนี้ จ่งกลับไปหาพ่อชายเจพเพทโทพ่อเจ้าเสีย. บัดเดียวนี้ เพื่อนอยู่ในหนองน้ำใหญ่เพราะตามหาเจ้าอยู่" ปากแล้ว ก็หายตัวไป.

พีนอคคีโอพายเรือลำน้อยตามหาเจพเพทโท.
"พ่อข้าอยู่แห่งใดกัน" มันปากกับตัวเก่า.
เมื่อยามที่มัวแต่ว่าในใจว่าได้ยินเสียงเจพเพโทอยู่ในถ้ำอยู่นั้น มันก็บ่ได้ตั้งใจพายเรือตามเสียงนั้นเข้าไปข้างใน.
"เฮ้ย นั้นต้องเป็นพ่อข้าแน่ๆ."
มิหึงมินานก็รู้ตัวว่าทึกอยู่ในท้องปลางัวน้ำตัวใหญ่ตัวหนึ่งกับเจพเพทโท. มันก็แล่นอย่างไวไปหาพ่อ แล้วขาเจ้าสองคนก็กอดกันอย่างแหน้นหนา.
"ลูกอย้านลูกกลัวหลาย พ่อเอ๋ย"
"บ่ถ้าอย้านดอก ลูกเอ๋ย. พ่อจะพาราสองออกไปจากแหล่งนี้คนเดียว."
"ช้าก่อน. ลูกคิดออกแล้ว." ปากแล้วก็เอาขนนกออกมาจากส้ง.
พีนอคคีโอจึ่งเอาขนนกแหย่ฅอปลางัวน้ำ และปลางัวน้ำจึ่งจาม อันเร็ดให้พีนอคคีโอกับเจพเพทโทพุ่งหลุดออกจากตัวปลาและตกลงมาที่ชายหาด.

โดยความดีใจ พีนอคคีโอให้คำหมั้นคำหมายว่าจักมิปากบ่แท้อีกแล้ว. หญิงฟ้าได้ยินจึ่งออกมาอีกแล้วปากว่า

"จื่อคำหมั้นหมายเจ้าไว้ดีๆ แล้วสักวันเจ้าจักได้เป็นลูกอ่อนชายแท้."

Wednesday, August 22, 2012

ซินเดเรลลา Cinderella

ซินเดเรลลา

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีลูกอ่อนสาวผู้งามคนหนึ่ง. แม่ของสาวได้ตายไปแล้ว และ พ่อของสาวก็ได้มีเมียใหม่เป็นแม่หม้ายกับลูกสาวติดสองคน. ยามต้นแม่เลี้ยงก็ใจดี แต่เมื่อพ่อของสาวตาย ความแท้ของนางก็ออกมาให้เห็น. นางชังสาวนัก และ มักด่าสาวคู่ยาม. นางรักและเอ็นดูแต่ลูกสาวตัวเก่า. เพราะเช่นนี้ ซินเดเรลลาจึ่งกินอยู่อย่างคนรับใช้ และมิมีความดีใจเลย.

แม่เลี้ยงมิเคยให้เสื้อผ้าดีๆ ของกินดีๆ มิก็ยามให้พักผ่อนแก่สาวเลย. สายใจของสาวมีแต่ความเสียใจ.
"ไวๆ เข้า. ล้างพื้นให้งาม. แล้วมึงจักได้กินน้ำ." นางปากยามอ่านความเล่า.
"แต่ลูกล้างไปแล้วนาแม่." ซินเดเรลลาปาก อยืนหลังค่อมเหงือไหลเพราะถือถังน้ำหนักอยู่.
นางลุกขึ้น แล้วปาความเล่าลงพื้น. "อันใดนา. มึงเถียงกูมิได้นา. มึงล้างแล้วก็ล้างแถม." นางปากเสียงดังแล้วย่างไปที่อื่น.

ทุกวัน สาวต้องเร็ดการหนักทังวัน. สาวได้แต่นั่งพักตอนแลงเท่านั้น.


เช้าวันหนึ่ง มีคำป่าวในเมือง:

แพงคนเมืองทังหลาย

ตูข้า บ่าวรับใช้ของหอฅำเจ้าฟ้าหลวง ขอชวนสูเจ้าไปงานฟ้อนกินเลี้ยงหลวงในหอฅำหลวง เมื่อตาวันตกดินแล้ว. ในงานนี้ สาวทุกคนจักได้มียามดีจากฟ้าในการฟ้อนกับเจ้าชายหลวง และก็จักได้มียามดีจากฟ้าเป็นเจ้าญิงหลวงคนใหม่ด้วย. 
รักแพง

หมู่บ่าวรับใช้หลวง

แม่เลี้ยงกับเหล่าลูกสาวจึ่งตื่นเต้นนัก. ลูกสาวทังสองโดดกอดกันใหญ่.
"ห้าๆ เอาล่ะลูกๆ เขือจักต้องแต่งตัวให้งามแท้ๆ นา" แม่เลี้ยงปาก หัวไปปากไป.
"กูนี้ล่ะ จะเป็นเจ้าญิง." ลูกสาวคนที่หนึ่งปากใส่ลูกสาวคนที่สอง
"ฝันไปเถอะมึง กูนี้ล่ะจะได้เป็นคนเดียว." ลูกสาวที่สองปากฅืน
"พอแล้ว เป็นได้ที่เขือทังสองจักได้เป็นเจ้าญิงใหม่." แม่เลี้ยงปากกับลูก วางคำป่าวลง. "เขืออยุดแหกปากผิดใจกันได้แล้ว. บัดเดียวนี้เราต้องไปหาอันใดดีๆ มาใส่ไปงานกันเถิด."

เขาเจ้าจึ่งซื้อชุดเสื้อผ้าใหม่ เกือบใหม่ และ เครื่องพลอยทองฅำใหม่. เมื่อซินเดเรลลาได้ยินความป่าว สาวจึ่งใคร่ไปงานด้วย.
"ข้าอยากไปงานเลี้ยงกับเขาเจ้าบ้าง. แต่จะบอกแม่แนวใดเน้อ. อย้านโดนด่าแท้ๆ." สาวปากกับตัวเก่าเบาๆ.

สาวกลับไปห้องนอนตัวเก่า และ ร้องไห้ลงบนหมอน. 
"เร็ดแนวใดดี เร็ดแนว..แนว..แนวใดดี ฮือๆ แม่ข้าเอ๋ย แม่อยู่ที่ใดเน้อ ลูกคึดรอดเจ้าหนา." ปากแล้วเช็ดน้ำตาตัวเก่า.
สาวคึดถึงแม่ตัวเก่าหลายหลวง และทันใดนั้น ก็มีญิงฟ้ามาอยืนยิ้มอยู่หน้าสาว.

"เจ้าเป็นผู้ใดกัน" ซินเดเรลลาปากด้วยความตกใจ.
"เจ้าจ่งอย่าห่วงไปเลย แม่สาวน้อยเอ๋ย" ญิงฟ้าปาก "ข้ารู้ว่าเจ้าใคร่ไปงานกินเลี้ยงนั้นหลายหลวง. แล้วข้าคนเดียวนี้บะดาย ที่จักเป็นผู้ที่ส่งให้เจ้าไปสู่งาน..."

"แม่นแล้ว ข้าน้อยอยากไปหลาย แต่ซิเป็นไปได้แนวใด ข้าน้อย" ซินเดเรลลาปาก ส่ายหัวแล้วปาก. "เป็นไปบ่ได้ดอก."

ญิงฟ้ายิ้ม. 
"ข้าจักใช้คำสูงส่งจากฟ้าบะดาย อย่าห่วงเลย." ปากแล้วเอามือลูบหลังสาว.
และมิเหิงสาวก็แต่งตัวเหมือนเจ้าญิง. 
"ข้าน้อยรู้สึกยินดีหลาย มักหลาย เป็นดั่งฝันแท้ๆ ข้า.." สาวปากมิอยุดด้วยความดีใจ. ย่างหมุนไปหมุนมาด้วยความดีใจ.
ญิงฟ้าได้ชวนคนพาซินเดเรลลาไปยังหอฅำด้วย. 
"เจ้าดูแลสาวให้ดีนา." ญิงฟ้าบอกคนดูแล.

ซินเดเรลลามิอยากจักเชื่อสิ่งที่เห็นเลย. สาวมีความดีใจนัก. 
"ข้าฝันไปแน่ๆ เลย."
"แต่เหมือนความฝัน เจ้าจักต้องกลับเรือนเมื่อฟ้ามืดดี. เอาล่ะ ยามนี้เจ้าต้องไปงานแล้ว. ไปสายมิได้นา."
ซินเดเรลลาบอกความยินดีกับญิงฟ้าแถม แล้วหันหน้าไปทางหอฅำ.
"สูเจ้าดูแลตัวเก่าเน้อ." ญิงฟ้าบอกแล้วหายตัวไปกับลม.

เมื่อสาวเข้าไปในหอฅำ ก็แปลกใจหลายที่ได้เห็นความงามของแหล่งที่. 
"แม่ช่วย. ช่างงามหลายหลวง" สาวปากอ้า. มองซ้ายมองขวา.
สาวพบผู้คนรอบตัว ผู้ฟ้อนม่วนชื่นกันอยู่. 
"ขอทางข้า ขอทางข้า" สาวปาก.
มิช้านานเจ้าชายก็เข้ามาในห้องฟ้อน. ทุกคนอยุดฟ้อน และมองเพื่อน. 
"มาแล้วๆ" สาวคนหนึ่งใส่ชุดลายห่านปากขึ่้น ตบมือมักใจ.
"เงียบ. อย่าส่งเสียงดัง แล้วยิ้มหวานๆ เข้าไว้" แม่ของสาวเตือน.

เขาเจ้าต้องการพบกับเจ้าชาย แต่เจ้าชายทึกซอกหาผู้ใดอยู่ในฝูงผู้คน. เพื่อนตามหาเจ้าญิงในฝันนั้นบะดาย. เพื่อนเห็นซินเดเรลลาอยืนอยู่ใกล้ขั้นได เจ้าชายจึ่งย่างไปหาสาว ตามองมิปล่อย.
"สาวคนงามเอ๋ย เจ้าใคร่ฟ้อนเป็นเพื่อนข้าบ่." เพื่อนปาก ยิ้มงามนัก.
"เอ่อ.." สาวปากโดยความอาย. มองลงพื้นและเอามือจับผมตัวเก่า. "ข้า..ข้าน้อยยินดีอยากฟ้อนกับเจ้าฟ้าหลายหลวง."

ขาเจ้าทังสองคนฟ้อนด้วยกันเป็นยามนาน. เหมือนว่าเจ้าชายตกหลุมรักซินเดเรลลาเลย. ผู้คนก็พากันปากกัน.

"สาวคือผู้ใด."
"มิรู้นา."
"ผู้ใดกัน."
"ลูกเจ้าบ่."
"มิใช่ดอก."

"เจ้าช่างงามนัก." เจ้าชายมองตาสาวเมื่อปากคำเหล่านี้. "ข้ามิเคยพบคนใดงามเท่าเจ้าเลย. มันเหมือนกับฝัน." เพื่อนปากต่อโดยมิให้สายตาของทังสองหลุดออกจากกัน.
"ข้า..ข้าน้อย..ย." สาวปาก
"บ่ถ้าร้องตัวเก่าว่า ข้าน้อย ดอก. ข้า ก็พอ."
"ข้าน้.. ข้ารู้สึกยินดีหลายที่ได้พบเจ้าชาย." สาวปากมองพื้น
"มองหน้าข้าเถิด. แล้วบอกข้าใหม่. บ่ถ้ากลัวข้าเลย. ราสองคนเป็นคนรักกันได้."
สาวเร็ดตามคำเจ้าชาย "ข้า...ข้าบ่ได้อย้าน.." สาวปากพร้อมน้ำตา "ข้าเพียงแต่ดีใจหลายหลวง ย้อนข้าก็รู้สึกว่าคือในฝันคือกัน."
เจ้าชายยิ้มใหญ่ แล้วฟ้อนต่อ.


บัดเดียวนั้นเหมือนยามผ่านไปเพียงครึ่งฅืนบะดาย ซินเดเรลลาต้องกลับเรือนแล้ว ก่อนที่พวกแม่เลี้ยงกับพี่เลี้ยงจักกลับก่อน. 
"เสียใจข้า. ข้า..ข้าต้องไปแล้ว. ต้องเมือเรือน..." สาวปาก
เจ้าชายดึงมือสาวไว้. "ว่าอันใดกอ. เพราะอันใดเจ้าต้องกลับเรือน" เจ้าชายปากแล้วยกมือขึ่น "ช้าก่อนคนใคร่ของข้า."
สาวได้จื่อความอันญิงฟ้าได้บอกไว้ และ จึ่งแล่นหนีเจ้าชายไปลงยังขั้นได โดยมิปากความใดแถมเลย. เมื่อสาวแล่นอยู่นั้น เกือบข้างหนึ่งก็หลุดออกจากตีน แต่สาวมิกล้ากลับมาอยิบมันได้แล้ว.

เจ้าชาย ผู้บัดเดียวนี้ ได้ตกหลุมรักกับสาวแล้ว ก็แล่นไปอยิบเกือบของสาว 
"สูเจ้าทังหลาย จ่งไปตามหาสาวคนนั้นมาอย่างไวบัดเดียวนี้. อย่าให้สาวพ้นจากสายตาเลย." เพื่อนบอกเหล่าบ่าวใช้การของตัวเก่า. "ข้าจักมิมีวันพอใจจนกว่าข้าจักได้พบสาวอีกครั้ง."

เช้าวันต่อไป เหล่าคนใช้การจึ่งให้สาวทุกคนในเมืองลองใส่เกือบนั้นดู แต่มิมีหมากเลย. 
"หัวของเราต้องหลุดจากบ่าแน่" บ่าวใช้การหลวงปากกับลูกน้อง.

แต่เมื่อเขาเจ้าไปรอดเรือนของซินเดเรลลา เหล่าพี่เลี้ยงก็ลองใส่เกือบเหมือนกัน แต่ก็ใส่มิได้. 
"แต่มันเป็นเกือบของตูข้านา" ขาทังสองบอกบ่าวใช้การหลวง. 
"ข้าคิดว่าลูกสาวคงตีนบวมเพราะฟ้อนกับเจ้าชายหนักไป จึ่งใส่เกือบมิได้." แม่ของขาปาก แกล้งยิ้ม.
ซินเดเรลลาอยืนอยู่ตรงนั้น เหล่าคนใช้การจึ่งบอกให้สาวลองคือกัน. "สาวเอ๋ย. จ่งมาลองเกือบเสีย."

"ห้าๆ" เหล่าพี่เลี้ยงหัวเสียงดัง. ขาปากอ้ากว้างน้ำตาไหล. "มันใส่มิได้ดอก. และที่แท้แล้ว มันก็มิได้ไปงานด้วย. ได้แต่ทูพื้นล้างเรือนอยู่. ห้าๆ. หน้าหัวนัก."

แต่เมื่อซินเดเรลลาลองใส่เกือบ ก็ใส่ได้พอดี. 

"เป็นไปมิได้." แม่เลี้ยงปากโดยความร้าย คิ้วชนกัน และ ตาเหลือก. 

เจ้าชายก็ได้ท่องไปถึงที่นั้นเหมือนกัน เพื่อนจึ่งดีใจที่ได้พบเจ้าญิงในฝันแถม. 

"เจ้านี้บะดาย. เห็นหน้าเจ้า ข้าก็จื่อความได้แล้ว." เพื่อนปาก. "คนใคร่ข้าเอ๋ย. ข้ารักเจ้านัก. ข้าใคร่ให้เจ้ารู้ไว้." 
"เจ้าชายของข้า." สาวย่างเข้าไปใกล้ตัวเจ้าชาย แล้วมองตา. "ข้าก็รักเจ้าหลายหลวง. ข้าก็อยากให้เจ้ารู้ไว้คือกัน."

และเพื่อนก็พาสาวไปหอฅำของตัวเก่า และ มิช้าก็เอาสาวเป็นเมีย.

ซินเดเรลลาก็กินอยู่อย่างมีความดีใจคู่ยาม...

Adapted by Alif Silpachai

Friday, July 20, 2012

ความเชื่อเมื่อก่อน: ห้ามย่างข้ามหนังสือ

"หนังสือ" บ่ก็ "พลับ" ถือว่าเป็นอีกนึ่งสือการเรียนรู้ อันเป็นแหล่งรวบรวมบอกสอน ความรู้ ลิกตัวความเล่าต่างๆเอาไว้ให้เราข้าเรียนรู้. คนในยามก่อนจึ่งมีความนับถือหนังสือที่อ่านเป็นอย่างหนัก. ดั่งนั้นคนในเมื่อหลังจึ่งมีความเชื่อเกี่ยวกับหนังสือหลายหลวง. 

ดั่งความเชื่อที่ว่า "ห้ามย่างข้ามหนังสือ" ย้อนเชื่อว่าจักเรียนบจื่อ. หากเร็ดเช่นนั้นเขาเจ้าถือว่าเป็นการบ่ให้ความนับถือ และถือว่าเป็นการลบหลู่ บ่ว่าจักเรียนรู้อันใดก็ตาม ก็จักจื่อบ่ค่อยได้, บ่หัวไวเพราะบ่นับถือหนังสือ.

Thursday, July 19, 2012

ผู้ดูดาว


ชายผู้นึ่งสนใจในการของดวงดาวนักหนา. เพื่อนเรียนหนทางดวงดาวเเละเรียนรู้ถึงความแรงของ ดวงดาวอย่างดีลึก.
คืนนึ่งเพื่อนเฝ้าเห็นการหมุนเวียนของดวงดาว ตั้งเเต่ค่ำจนดึก.
เพื่อนย่างเเหงนหน้ามองท้องฟ้าเพื่อตามดูดาวหมุนเวียนไปเรื่อยๆ จนย่างออกจากหนทาง เเล้วพลัดตกลงไปในหนองน้ำ.
"ช่วยข้าด้วย! ช่วยข้าด้วย!"
ผู้ดูดาวได้เเต่ร้องดังขอความช่วยเหลือ จนเสียงเเหบเสียงเเห้งกว่าจะมีชาวบ้านผ่านมาช่วยดึงขึ้นจากน้ำ.
"เพื่ออันใดเจ้าถึงใคร่รู้การงานเมืองฟ้าเมืองบน จ่งเรียนรู้การงานเมืองหล้าเมืองลุ่มให้ดีเสียก่อนเถิดนา." หมู่ชาวบ้านพากันปาก.

จื่อจำไว้นาสูเจ้า ต้องรู้หนทางย่างของตนก่อนที่จักเรียนรู้หนทางย่างของผู้อื่น.

ธอร์ในเมืองวิน

ธอร์ในเมืองวิน
(ความเล่าชาวนอร์ส)
พวกชายนอร์สพักในเมืองวินในคืนนั้น อันสุดท้ายกลายเป็นเมืองที่ร้ายหลายหลวง. เขาเจ้าบ่มีของกินแล้ว และ การล่าเนือก็แล้วสิ้น. จึ่งสวดขอเจ้าฟ้าให้ส่งของกินมาให้ แต่ความตอบเจ้าฟ้ากลับบ่ไวทันใจดั่งที่หวัง.
เมื่อนั้น ผู้ล่าเนื้อ ชื่อว่า ธอร์ฮอลล์ หายตัวไป และเขาเจ้าจึ่งออกไปตามหาเพื่อน. ตามหาถึงสามวัน และ ในวันที่สี่ คาร์ลเซฟนี และ เบียร์นี พบเพื่อนเหนือบนหน้าผา. เพื่อนทึกมองดูบนท้องฟ้าอยู่ ตา ปาก และ รูดังเปิดกว้างอยู่ โดยเกาตัวตน และ อยิกตัวตน และ ปากบ่นอันใดอยู่.
"เจ้ามาเร็ดการอันใดที่นี่" เขาเจ้าถามเพื่อน
"มันบ่ใช่การอันใดของสูเจ้า" เพื่อนตอบ "บ่ต้องห่วงข้าดอก ข้าโตพอที่จักดูแลตัวตนได้"
"กลับคืนมากับตูข้าเถิด เพื่อนเอ๋ย" เขาเจ้าปาก
แล้วเพื่อนก็กลับไปกับเขาเจ้า.
หลังจากนั้นบ่หึงนาน ก็มีปลาวาฬลอยมาชายหาด. เขาเจ้าจึ่งรีบแล่นไปแล่เนื้อมัน. บ่มีผู้ใดรู้แล้วว่ามันเป็นปลาวาฬเชื้อใด แม้นแต่คาร์ลเซฟนี ผู้รู้ดีการปลาวาฬก็บ่รู้. พวกพ่อครัวก็ต้มเนื้อปลา แต่เมื่อเขาเจ้ากินเนื้อลงไป ก็ป่วยไข้.
แต่นั้นผู้ล่าเนื้อธอร์ฮอลล์ก็ย่างเทียวไป แล้วปากว่า "พี่หนวดแดงกลายเป็นผู้มีค่ามากกว่าเจ้าฟ้าแล้วฤๅ. เนื้อนี้เป็นของขวัญเพื่อกลอนอันข้าเขียนแต้มให้แก่เจ้าข้า ธอร์. ท่านธอร์บ่เคยเร็ดให้ข้าผิดหวังสักเท่าใด."
ยามนี้ทุกคนก็นึกได้ จึ่งบ่กินเนื้อปลาวาฬนั้น และก็โยนเนื้อถิ้มไปยังหน้าผา และก็ขอให้เจ้าฟ้าล้างความผิด. จากนั้นดินฟ้าก็ดีขึ้น อันเร็ดให้เขาเจ้าออกหากินตกปลาได้แถม และหลังจากนั้นก็บ่มีการขาดของกินอีกแล้ว.



Tuesday, July 17, 2012

เจ้าญิงกับหมากถั่วเขียว


เจ้าญิงกับหมากถั่วเขียว
ครั้งนึ่ง มีเจ้าชายผู้ต้องการเป็นผัวเจ้าญิง แต่นางจักต้องเป็นเจ้าญิงแท้. ท่านชายท่องไปยังทั่วหล้า เพื่อที่จักหานาง แต่ท่านกลับหาสิ่งที่ต้องการบ่ได้แล้ว. ที่แท้ มันก็มีเจ้าญิงหลายหลวงอยู่ดอก แต่มันยากเกินที่จักรู้ว่าคนใดเป็นเจ้าญิงแท้. มักมีอันใดบางอย่างที่ผิดทางหล้าเกี่ยวกับพวกนาง. ท่านชายจึ่งกลับเมือบ้าน และ ก็เสียใจตามเคย ย้อนความอยากได้เจ้าญิงแท้นักหนา.
เมื่อตอนแลงวันนึ่ง ก็มีลมหลวงร้ายพัดเข้ามา ฟ้าผ่ารุนแรง และฝนก็ตกหนัก. ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคราะปากตูที่ปากตูเมือง และเจ้าหอฅำก็ไปเปิดออก.
เป็นเจ้าญิงอยืนอยู่ข้างหน้าปากตูเมือง. แต่ ให้ตายแล่ ผู้ใดจักทนดูนางได้เล่า ทังฝนและลมแรงได้เร็ดให้ความเป็นเจ้านางหายไปหมด. แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นเจ้าญิงเจ้านางแท้อีก.
อย่างใด ตูก็จักได้รู้อีกบ่หึงบ่นาน เจ้านางเถ้าผู้เป็นเมียเจ้าหอฅำคึดขึ้น แต่บ่ได้ปากอันใดออกมา และ ก็กลับไปห้องนอน เอาผ้าปูที่นอนออกทังหมด และ ก็วางหมากถั่วเขียวเมล็ดนึ่งลงเหนือพื้น. จากนั้น ก็เอาฟูกซาวอันวางบนหมากถั่ว แลัวก็เอาที่นอนยัดขนเป็ดอีกซาวอันไปวางทับเข้าอีก.
เจ้าญิงต้องนอนบนที่นอนนั้นทังคืน. ยามเช้า เขาเจ้าก็ถามว่านางว่าได้นอนหลับดีบ่.
"โอ๊ย แย่แท้ๆ" นางปาก. "ข้าได้หลับตาไปหน้อยเดียวเท่านั้นทังคืน. จักมีผู้ใดรู้บ้างเล่า ว่าต้องนอนเหนืออันใดบ่รู้แข็งๆ ข้าจึ่งตัวเขียวช้ำไปหมดทังตัวแล้ว. บ่ดีแล้ว."

บัดเดียวน้้น เขาเจ้าก็รู้ว่านางเป็นเจ้าญิงแท้ ย้อนว่านางได้รู้สึกหมากถั่วเขียวผ่านฟูกซาวอัน กับ ที่นอนยัดขนเป็ดซาวอัน.
  บ่มีคนใดดอกนอกจากเจ้าญิงแท้ ที่จักมีความรู้สึกอ่อนไหวปานนั้น.
เจ้าชายจึ่งเอานางเป็นเมีย ย้อนบัดเดียวนี้ท่านรู้แล้วว่ามีเจ้าญิงแท้ ส่วนหมากถั่วเขียวก็วางอยู่ในโรงชมของ อันเป็นที่ที่ช่างชมหมากถั่วได้อยู่ หากบ่มีผู้ใดลักไป.
นี้แหละ เป็นความเล่าแท้ข้านา.

Monday, July 16, 2012

เสือเจ้าป่ากับลา

เมื่อเสือเจ้าป่าร้องในยามออกล่าเนื้อ ตัวมีใจต่างๆ ที่ผ่านมาก็จะหวาดกลัว เเละรู้ว่าเป็นเสียงเสือเจ้าป่า จึ่งมักวิ่งหนีไปได้ก่อนที่จะกลายเป็นของกินอันหวานของเสือเจ้าป่า. เสือเจ้าป่าจึ่งแกล้งเร็ดเป็นเพื่อนกับลา เเล้วชวนลาไปล่าเนื้อด้วยกัน ลาดีใจนักที่ได้เป็นเพื่อนกับเจ้าป่า จึ่งเร็ดตามที่เสือเจ้าป่าบอกทุกอย่าง. ลาเข้าไปซุ่มซ่อนในพงไม้ พอตัวมีใจต่างๆ ผ่านมาลา ก็จะเเหกปากร้องสุดเสียง พวกตัวมีใจต่างๆ บ่เคยได้ยินเสียงลา จึ่งพากันวิ่งไปอีกทางนึ่ง อันเสือเจ้าป่าดักซุ่มอยู่. วันนั้นเสือเจ้าป่าจึ่งได้กินตัวมีใจหลากหลายเชื้อจนอิ่มพุงบาน. ลาก็ปากอวดอย่างอวดใจว่าที่เสือเจ้าป่ากินอิ่มได้ก็ย้อนเสียงอันหน้ากลัวของตัว. เสือเจ้าป่าก็ได้เเต่ยกยอลา ทังๆ ที่รู้ว่าตัวมีใจต่างๆ นั้นวิ่งหนี เพื่อตกใจในเสียงแปลกๆ ของลาต่างหาก.

Sunday, June 3, 2012

กบสองตัว


ครั้งนึ่งกบสองตัวตกลงในไหน้ำนม ขาออกจากไหบ่ได้ ดั่งนั้นขาจึ่งหว้ายอ้อมไปอ้อมมาอยู่ในน้ำนม กบตัวนึ่งจึ่งปากว่า
"โอ้ นี้เป็นขั้นสิ้นสุดสายใจของกูแล้วนา"
มันอยุดหว้ายแล้วตาย
แต่ว่ากบตัวที่สองก็หว้ายไปหว้ายมาแล้วก็เอาตีนน้อยๆ ของตนดีดน้ำนม นมขุ้นเข้าแล้ว ก็จึ่งกลายเป็นก้อนเนย กบตัวนั้นก็เต้นขึ้นหน่วยเนย แล้วก็ออกจากไหไปได้

หมากับไก่ได้กลายเป็นตัวมีใจบ้านได้อย่างใด

มีครั้งนึ่งในเมื่อนกพวกนึ่ง และ ตัวมีใจพวกนึ่งอยู่กินอยู่บนท้องฟ้า ส่วนหมา และ ไก่ ก็อยู่กินอยู่ที่นั้นเหมือนกัน
วันนึ่งที่บนท้องฟ้าลมหนาว และ ฝนตก นกทังหลายได้ร้องขอให้หมาตัวนึ่งลงไปแหล่งหล้าผู้คน เพื่อเอาไฟมาให้ท้องฟ้าอบอุ่น
หมาตัวนั้นก็ลงไปแล้วก็มาถึงเรือนของชายคนนึ่ง หมาเหลียวเห็นกองดูกอยู่ใกล้กับเรือนหลังนั้น มันก็จึ่งกินดูกแล้วก็ลืมนก และ ไฟเสียแล้ว
นกทังหลายคอยถ้าหมาตัวนั้น แต่มันก็บ่กลับมาแล้ว มันตัดสินใจอยู่ชายกับคนนั้น
ในเมื่อนั้นลมก็ยังหนาวอยู่ นกทังหลายก็ส่งไก่ตัวนึ่งลงไปเอาไฟมา ไก่ตัวนั้นก็ไปถึงเรือนของชายคนนึ่ง และ ก็เหลียวเห็นเมล็ดเข้าอยู่ใกล้กับเรือนหลังนั้น มันมักเมล็ดเข้ามากที่สุด ไก่ตัวนั้นบ่ได้คึดถึงไฟแล้ว มีแต่กินเมล็ดเข้าเท่านั้น แล้วมันก็ตัดสินใจอยู่กับชายคนนั้นเหมือนกัน
ด้วยการนั้นนก และ ตัวมีใจทังหลายจี่งบ่มักหมา และ ไก่ เขาจากหมู่เพื่อนของตนที่อยู่ในความหนาวไปเพื่อเห็นแก่ของกินดีๆ เท่านั้น จนถีงบัดนี้สูเจ้าจึ่งรู้ได้ว่าหมา และ ไก่ได้กลายมาเป็นตัวมีใจบ้านแล้ว

ลูกกวางกับหนองใหญ่


ลูกกวางตัวนึ่งมีตาข้างเดียว มันรู้ตัวดีว่าบ่ช่างลี้การร้ายได้คู่ยาม ย้อนว่าหากมีการร้ายมาทางด้านตาข้างที่บอด มันก็จะบ่รู้ตัว ย้อนผ่อบ่เห็น
ลูกกวางตาเดียวจึ่งย่างไปที่หนองใหญ่ เเละหันตาข้างที่บอดไปทางหนองใหญ่ เพื่อที่ตาข้างดีจะได้หันไปทางชายป่า หากมีการร้ายมา มันก็จะผ่อเห็น เเละ หลบหนีได้ทัน เมื่อนั้น มีเรือน้อยๆ ลำนึ่งเเล่นมาใกล้ชายฝั่ง เมื่อเห็นลูกกวาง จึ่งเอาปืนยิงใส่หลายนัด จนลูกกวางขาดใจตาย

พ่อนากับงูเห่า


พ่อนาเทียวออกแต่เรือนในเช้าหน้าหนาววันนึ่ง
หว่างทางพบงูเห่าตัวนึ่งนอนตัวเเข็งใกล้ตายอยู่เหนือคันนาด้วยความเหน็บหนาว
พ่อนาเอ็นดูนัก จึ่งก้มลงอุ้มมันขึ้นไว้ในอ้อมเเขนเพื่อให้มันคลายหนาว
เมื่องูเห่าได้รับความอบอุ่น ก็เริ่มมีแรงขึ้น มันจึ่งขบพ่อนาก่อนที่จะเลื้อยหนีไป
พ่อนาทนบาดเเผลร้ายบ่ไหว จึ่งสิ้นใจตายในบ่เหิง


แมวแม่มีรัก


เเมวแม่อ้อนวอนขอร้องเจ้าแถนว่า
"ขอให้ท่านจ่งเอ็นดูข้า เสกให้ข้ากลายเป็นยิงสาวด้วยเถิด ข้าหลงรักชายหนุ่มผู้นั้นเหลือเกิน"
เจ้าแถนเอ็นดู จึ่งเสกให้เเมวแม่กลายเป็นคน
"หากใคร่เป็นคน ก็ต้องเป็นให้คู่ยามนะ"
เจ้าแถนปากเเล้วก็คอยส่องสายตาดูแมวแม่ต่อไป
วันนึ่งเเมวแม่ในร่างยิงสาวทึกมีรักกับชายหนุ่มอย่างหวานชื่น เมื่อมีหนูตัวนึ่งแล่นผ่านมา ยิงสาวก็โดดเข้าครุบหนูมากินในทันใด
เจ้าแถนจึ่งเสกร้ายให้ยิงสาวกลับคืนเป็นเเมวแม่ดั่งเก่า

ความเล่าความนี้สอนให้รู้ว่า
ยากที่ผู้ใดจะละทิ้งการเป็นอยู่เก่า

เต่ากับต่าย

แต่ก่อนนั้น มีต่ายตัวนึ่ง มักปากอวดว่ามันแล่นได้ไวเหนือคนใด และ มันมักล้อใส่เต่าว่าเต่าแล่นช้ากว่าเพื่อน วันนึ่ง เต่าทนบ่ไหว จึ่งปากกับต่ายว่า
"ทนมึงบ่ไหวแล้ว กูแล่นสู้มึงได้ รู้ตัวไว้เสียด้วย"
ได้ยินความปากเต่า ต่ายก็หัวขึ้น
"มึงนี้นา จะสู้กูได้ ฝันไปเถิด ก็ลองมาแข่งแล่นกับกูดูบัดเดียวนี้"
ด้วยความกวนใจ เต้าจึ่งตอบรับคำท้า
เช้าวันนึ่ง ต่ายกับเต่าก็อยืนอยู่เหนือเส้นต้น ต่ายใคร่หลับมากหว่างเต่าเริ่มแล่นอย่างช้าๆ ต่ายจึ่งคึดกับตัวเก่า "ง่ายแท้ๆ ช่างช้าหลาย กูไปหลับก่อนดีกว่า" แล้วมันก็ไปนอนอยู่ใต้ต้นไม้ พอตื่นก็เห็นว่าเต่ายังบ่ไปถึงไหน จึ่งลุกไปหาของกิน แล้วกินจนอิ่ม พออิ่มก็ใคร่หลับใหม่ จึ่งนอนหลับลงอีก
ผ่านมาอีกหลายชั่วโมง ต่ายลืมตาขึ้น แล้วเห็นว่าเต่ายังแล่นได้เพียงแต่ครึ่งทาง จึ่งหลับต่อไปอีก
แต่เมื่อต่ายตื่นขึ้นมาทีนี้ ก็เห็นว่าเต่าใกล้ถึงเส้นปลายแล้ว มันจึงรีบแล่นสุดแรงไปหาเส้นปลาย แต่เต่าก้าวขาไปถึงเส้นก่อน จึ่งเป็นผู้ได้ จึ่งหันไปยิ้มใส่ต่ายแล้วปากว่า
"ถึงช้า กูก็เป็นผู้ได้ได้"

ลูกชายคนมั่งมีสี่คน กับ คนล่าเนื้อ

สูเจ้าเอ๋ย วันนี้ข้าจะมาเล่าความเล่าให้ฟังเน้อ

แต่ก่อนนั้น มีคนมั่งมีคนนึ่ง มีลูกชายสี่คน มันชายคนนั้น ส่งลูกไปเรียนที่เมืองอันไกลมาก หว่างเขาทังสี่กลับคืนมา ก็ดันไปเห็นคนล่าเนื้อคนนึ่ง ทึกล่าเนื้ออยู่ในป่า พี่อ้ายจึ่งปากกับน้องๆ ว่า
"เอ้อ หมู่เราเรียนกันมาแล้วนี้ มาดูกันว่าคนใดหัวไวกว่าคนใด เราลองไปขอเนื้อจากคนล่าเนื้อดูกัน คนใดได้เนื้อมากกว่าเพื่อน คนนั้นแม่นคนหัวไวที่สุด"
ว่าแล้ว ลูกชายคนที่นึ่งก็ย่างไปหาคนล่าเนื้อ แล้วปากว่า
"เฮ้ย คนล่าเนื้อ แบ่งเนื้อให้กูบัดเดียวนี้"
คนล่าเนื้อจึ่งปากคืน
"น้องชายเอ๋ย ความอันมึงปากมานั้น เป็นความอันหยาบแข็งมาก หยาบแข็งดั่งเอ็นเนื้อ"
คนล่าเนื้อจึ่งอยิบเอ็นอันแข็งไปให้ลูกชายคนที่นึ่ง
พอถึงทีลูกชายคนที่สอง มันชายก็ย่างไปใกล้คนล่าเนื้อ แล้วปากว่า
"พี่อ้ายหลวง ขอเนื้อเราหน่อย"
คนล่าเนื้อจึ่งปากคืน
"น้องชายเอ๋ย ความอันมึงปากมานี้ ช่างดีงามหลวงหลาย"
ปากแล้ว มันชายก็เอาเนื้อส่วนดีไปให้ลูกชายคนที่สอง
ต่อมา ลูกคนที่สามก็ย่างไปหาคนล่าเนื้อ แล้วปากขึ้นว่า
"พ่อลุงหลวงเอ๋ย แบ่งปันเนื้อให้เรากินเถิด"
คนล่าเนื้อจึ่งตอบคืนว่า
"น้องชายเอ๋ย ความอันมึงปากมานั้น ช่างโดนหัวใจพี่นักหนา"
ปากแล้ว คนล่าเนื้อก็เอาหัวใจเนื้อไปให้ลูกชายคนที่สาม
เมื่อมาถึงทีลูกชายคนสุดท้อง มันชายก็ย่างไปหาคนล่าเนื้อ แล้วปากขึ้้นว่า
"เพื่อนใคร่เอ๋ย วันนี้ช่างเป็นวันอันงามแท้งามหลวงหลายเนาะ ขอเรากินเนื้อหน่อยนึ่งเถิดหนา"
ปากว่าแล้ว คนล่าเนื้อก็ตอบคืน
"น้องชายเอ๋ย ความอันมึงว่ามานั้น ช่างดีนักหนา ช่างมีค่าเหนือความคนอื่น บ่มีคนใดปากอย่างนี้กับเรามาก่อนในเมืองนี้ ความมึงช่างเที่ยงแท้ยิ่งนัก บ่ใหญ่ไปบ่น้อยไป"
ปากแล้วดั่งนั้น คนล่าเนื้อก็เอาเนื้อชิ้นใหม่ไปให้ลูกชายคนที่สี่

แล้วแล้วข้า จื่อจำไว้เน้อ สูเจ้าทังหลาย ความปากว่าดีช่างมีคนใคร่