Wednesday, December 12, 2012

กินนรี

กินนรีและกินนรา ขาสองตัวผัวเมียนั้น ฟ้อนและร้องความม่วนชื่นกันอยู่ในป่าในเถื่อน. มีผู้ล่าเนื้อคนหนึ่ง ไปวางกับดักแล้วจับขาทังสองได้. 
"กูเอาไปให้เจ้าหอฅำดีกว่า" เพื่อนปากกับตัวเก่า.
เมื่อขาให้ยินก็ปากดังขึ้นว่า "เจ้าพี่อ้ายเหย ปล่อยเผือข้าไปเถิด."
"มิได้ดอก กูปล่อยเขือมิได้ดอกโว้ย."
เพื่อนปากแล้วก็เอาไปรอดในเวียงเพื่อเอาไปให้เจ้าหอฅำ. เจ้าหอฅำชมดีใจยิ่งนัก.
"เขือร้องความให้กูชมบัดเดียวนี้." เจ้าหอฅำสั่งขา. "และก็ฟ้อนให้กูชมด้วย."
ขาผัวเมียก็อยู่ไว้เอย็นเอย็น พากันมองลงพื้น ปากปิดมิดชิด.
"เขือเป็นอันใดกัน." เจ้าหอฅำปากดัง เอามือตบแท่น คิ้วชนกันแหน้น มองทังสองบ่ปล่อยสายตา. "เพื่ออันใดถึงอยู่นิ่งซื่อๆ"
ใช้วันหนึ่งบ่ฟ้อน ใช้สองวันก็บ่ฟ้อน ใช้สามวันเต็มเต็ม ความก็ยังบ่ร้องให้ชม. ฟ้อนก็บ่ฟ้อนให้ชมด้วย. ขุนหอฅำใจดำยิ่งนัก.
"นี้เขือกล้าดีกับกูแม่นบ่." ปากแล้วก็หันไปมองหมู่บ่าวใช้ "นี้สูเจ้าทังหลาย" เจ้าหอฅำเอามือชี้ขา. "จ่งพากันเอาขาไปข้าตายถิ้มเสียบัดเดียวนี้."
กินนรีได้ยินจั่งบอกเล่ากับเจ้าหอฅำ อย่างน้ำตาร่วงน้ำตาไหล. 
"อย่าข้าเผือข้าเถิดเจ้าข้า. หากเผือข้าทังสองฟ้อนให้ชม ร้องความให้ชมแล้ว คนว่าดีก็มี คนว่าช้าก็มี. เผือข้าจั่งบ่กล้าออกเสียงเจ้าข้า. ไว้สายใจสองเผือด้วยเถิดเจ้าข้า." กินนราเอามือเช็ดน้ำตาเมีย.
เมื่อเดียวนี้แท้ สบดีความงาม ถึงคราบถึงยามจั่งปากจั่งว่า เหมือนดั่งความกับถูก.
"ข้าขอบอกเล่าเจ้าข้า." กินนรีปากต่อ.
เมื่อยามนั้น เจ้าหอฅำคิดไว้. บัดเดียวนี้บ่ใจดำแล้ว.
"ใช่แท้ เออ ความนี้." เจ้าหอฅำปากกับตัวเก่า. แล้วหันไปหาผู้ล่าเนื้อ. "ผู้ล่าเนื้อ โว้ย. ที่อยู่เก่าขาที่มึงเอามานั้น กลับฅืนไปปล่อยขาดีดีเสีย. คำสั่งมีดั่งนี้แหละ."

No comments:

Post a Comment