Sunday, June 3, 2012

กบสองตัว


ครั้งนึ่งกบสองตัวตกลงในไหน้ำนม ขาออกจากไหบ่ได้ ดั่งนั้นขาจึ่งหว้ายอ้อมไปอ้อมมาอยู่ในน้ำนม กบตัวนึ่งจึ่งปากว่า
"โอ้ นี้เป็นขั้นสิ้นสุดสายใจของกูแล้วนา"
มันอยุดหว้ายแล้วตาย
แต่ว่ากบตัวที่สองก็หว้ายไปหว้ายมาแล้วก็เอาตีนน้อยๆ ของตนดีดน้ำนม นมขุ้นเข้าแล้ว ก็จึ่งกลายเป็นก้อนเนย กบตัวนั้นก็เต้นขึ้นหน่วยเนย แล้วก็ออกจากไหไปได้

หมากับไก่ได้กลายเป็นตัวมีใจบ้านได้อย่างใด

มีครั้งนึ่งในเมื่อนกพวกนึ่ง และ ตัวมีใจพวกนึ่งอยู่กินอยู่บนท้องฟ้า ส่วนหมา และ ไก่ ก็อยู่กินอยู่ที่นั้นเหมือนกัน
วันนึ่งที่บนท้องฟ้าลมหนาว และ ฝนตก นกทังหลายได้ร้องขอให้หมาตัวนึ่งลงไปแหล่งหล้าผู้คน เพื่อเอาไฟมาให้ท้องฟ้าอบอุ่น
หมาตัวนั้นก็ลงไปแล้วก็มาถึงเรือนของชายคนนึ่ง หมาเหลียวเห็นกองดูกอยู่ใกล้กับเรือนหลังนั้น มันก็จึ่งกินดูกแล้วก็ลืมนก และ ไฟเสียแล้ว
นกทังหลายคอยถ้าหมาตัวนั้น แต่มันก็บ่กลับมาแล้ว มันตัดสินใจอยู่ชายกับคนนั้น
ในเมื่อนั้นลมก็ยังหนาวอยู่ นกทังหลายก็ส่งไก่ตัวนึ่งลงไปเอาไฟมา ไก่ตัวนั้นก็ไปถึงเรือนของชายคนนึ่ง และ ก็เหลียวเห็นเมล็ดเข้าอยู่ใกล้กับเรือนหลังนั้น มันมักเมล็ดเข้ามากที่สุด ไก่ตัวนั้นบ่ได้คึดถึงไฟแล้ว มีแต่กินเมล็ดเข้าเท่านั้น แล้วมันก็ตัดสินใจอยู่กับชายคนนั้นเหมือนกัน
ด้วยการนั้นนก และ ตัวมีใจทังหลายจี่งบ่มักหมา และ ไก่ เขาจากหมู่เพื่อนของตนที่อยู่ในความหนาวไปเพื่อเห็นแก่ของกินดีๆ เท่านั้น จนถีงบัดนี้สูเจ้าจึ่งรู้ได้ว่าหมา และ ไก่ได้กลายมาเป็นตัวมีใจบ้านแล้ว

ลูกกวางกับหนองใหญ่


ลูกกวางตัวนึ่งมีตาข้างเดียว มันรู้ตัวดีว่าบ่ช่างลี้การร้ายได้คู่ยาม ย้อนว่าหากมีการร้ายมาทางด้านตาข้างที่บอด มันก็จะบ่รู้ตัว ย้อนผ่อบ่เห็น
ลูกกวางตาเดียวจึ่งย่างไปที่หนองใหญ่ เเละหันตาข้างที่บอดไปทางหนองใหญ่ เพื่อที่ตาข้างดีจะได้หันไปทางชายป่า หากมีการร้ายมา มันก็จะผ่อเห็น เเละ หลบหนีได้ทัน เมื่อนั้น มีเรือน้อยๆ ลำนึ่งเเล่นมาใกล้ชายฝั่ง เมื่อเห็นลูกกวาง จึ่งเอาปืนยิงใส่หลายนัด จนลูกกวางขาดใจตาย

พ่อนากับงูเห่า


พ่อนาเทียวออกแต่เรือนในเช้าหน้าหนาววันนึ่ง
หว่างทางพบงูเห่าตัวนึ่งนอนตัวเเข็งใกล้ตายอยู่เหนือคันนาด้วยความเหน็บหนาว
พ่อนาเอ็นดูนัก จึ่งก้มลงอุ้มมันขึ้นไว้ในอ้อมเเขนเพื่อให้มันคลายหนาว
เมื่องูเห่าได้รับความอบอุ่น ก็เริ่มมีแรงขึ้น มันจึ่งขบพ่อนาก่อนที่จะเลื้อยหนีไป
พ่อนาทนบาดเเผลร้ายบ่ไหว จึ่งสิ้นใจตายในบ่เหิง


แมวแม่มีรัก


เเมวแม่อ้อนวอนขอร้องเจ้าแถนว่า
"ขอให้ท่านจ่งเอ็นดูข้า เสกให้ข้ากลายเป็นยิงสาวด้วยเถิด ข้าหลงรักชายหนุ่มผู้นั้นเหลือเกิน"
เจ้าแถนเอ็นดู จึ่งเสกให้เเมวแม่กลายเป็นคน
"หากใคร่เป็นคน ก็ต้องเป็นให้คู่ยามนะ"
เจ้าแถนปากเเล้วก็คอยส่องสายตาดูแมวแม่ต่อไป
วันนึ่งเเมวแม่ในร่างยิงสาวทึกมีรักกับชายหนุ่มอย่างหวานชื่น เมื่อมีหนูตัวนึ่งแล่นผ่านมา ยิงสาวก็โดดเข้าครุบหนูมากินในทันใด
เจ้าแถนจึ่งเสกร้ายให้ยิงสาวกลับคืนเป็นเเมวแม่ดั่งเก่า

ความเล่าความนี้สอนให้รู้ว่า
ยากที่ผู้ใดจะละทิ้งการเป็นอยู่เก่า

เต่ากับต่าย

แต่ก่อนนั้น มีต่ายตัวนึ่ง มักปากอวดว่ามันแล่นได้ไวเหนือคนใด และ มันมักล้อใส่เต่าว่าเต่าแล่นช้ากว่าเพื่อน วันนึ่ง เต่าทนบ่ไหว จึ่งปากกับต่ายว่า
"ทนมึงบ่ไหวแล้ว กูแล่นสู้มึงได้ รู้ตัวไว้เสียด้วย"
ได้ยินความปากเต่า ต่ายก็หัวขึ้น
"มึงนี้นา จะสู้กูได้ ฝันไปเถิด ก็ลองมาแข่งแล่นกับกูดูบัดเดียวนี้"
ด้วยความกวนใจ เต้าจึ่งตอบรับคำท้า
เช้าวันนึ่ง ต่ายกับเต่าก็อยืนอยู่เหนือเส้นต้น ต่ายใคร่หลับมากหว่างเต่าเริ่มแล่นอย่างช้าๆ ต่ายจึ่งคึดกับตัวเก่า "ง่ายแท้ๆ ช่างช้าหลาย กูไปหลับก่อนดีกว่า" แล้วมันก็ไปนอนอยู่ใต้ต้นไม้ พอตื่นก็เห็นว่าเต่ายังบ่ไปถึงไหน จึ่งลุกไปหาของกิน แล้วกินจนอิ่ม พออิ่มก็ใคร่หลับใหม่ จึ่งนอนหลับลงอีก
ผ่านมาอีกหลายชั่วโมง ต่ายลืมตาขึ้น แล้วเห็นว่าเต่ายังแล่นได้เพียงแต่ครึ่งทาง จึ่งหลับต่อไปอีก
แต่เมื่อต่ายตื่นขึ้นมาทีนี้ ก็เห็นว่าเต่าใกล้ถึงเส้นปลายแล้ว มันจึงรีบแล่นสุดแรงไปหาเส้นปลาย แต่เต่าก้าวขาไปถึงเส้นก่อน จึ่งเป็นผู้ได้ จึ่งหันไปยิ้มใส่ต่ายแล้วปากว่า
"ถึงช้า กูก็เป็นผู้ได้ได้"

ลูกชายคนมั่งมีสี่คน กับ คนล่าเนื้อ

สูเจ้าเอ๋ย วันนี้ข้าจะมาเล่าความเล่าให้ฟังเน้อ

แต่ก่อนนั้น มีคนมั่งมีคนนึ่ง มีลูกชายสี่คน มันชายคนนั้น ส่งลูกไปเรียนที่เมืองอันไกลมาก หว่างเขาทังสี่กลับคืนมา ก็ดันไปเห็นคนล่าเนื้อคนนึ่ง ทึกล่าเนื้ออยู่ในป่า พี่อ้ายจึ่งปากกับน้องๆ ว่า
"เอ้อ หมู่เราเรียนกันมาแล้วนี้ มาดูกันว่าคนใดหัวไวกว่าคนใด เราลองไปขอเนื้อจากคนล่าเนื้อดูกัน คนใดได้เนื้อมากกว่าเพื่อน คนนั้นแม่นคนหัวไวที่สุด"
ว่าแล้ว ลูกชายคนที่นึ่งก็ย่างไปหาคนล่าเนื้อ แล้วปากว่า
"เฮ้ย คนล่าเนื้อ แบ่งเนื้อให้กูบัดเดียวนี้"
คนล่าเนื้อจึ่งปากคืน
"น้องชายเอ๋ย ความอันมึงปากมานั้น เป็นความอันหยาบแข็งมาก หยาบแข็งดั่งเอ็นเนื้อ"
คนล่าเนื้อจึ่งอยิบเอ็นอันแข็งไปให้ลูกชายคนที่นึ่ง
พอถึงทีลูกชายคนที่สอง มันชายก็ย่างไปใกล้คนล่าเนื้อ แล้วปากว่า
"พี่อ้ายหลวง ขอเนื้อเราหน่อย"
คนล่าเนื้อจึ่งปากคืน
"น้องชายเอ๋ย ความอันมึงปากมานี้ ช่างดีงามหลวงหลาย"
ปากแล้ว มันชายก็เอาเนื้อส่วนดีไปให้ลูกชายคนที่สอง
ต่อมา ลูกคนที่สามก็ย่างไปหาคนล่าเนื้อ แล้วปากขึ้นว่า
"พ่อลุงหลวงเอ๋ย แบ่งปันเนื้อให้เรากินเถิด"
คนล่าเนื้อจึ่งตอบคืนว่า
"น้องชายเอ๋ย ความอันมึงปากมานั้น ช่างโดนหัวใจพี่นักหนา"
ปากแล้ว คนล่าเนื้อก็เอาหัวใจเนื้อไปให้ลูกชายคนที่สาม
เมื่อมาถึงทีลูกชายคนสุดท้อง มันชายก็ย่างไปหาคนล่าเนื้อ แล้วปากขึ้้นว่า
"เพื่อนใคร่เอ๋ย วันนี้ช่างเป็นวันอันงามแท้งามหลวงหลายเนาะ ขอเรากินเนื้อหน่อยนึ่งเถิดหนา"
ปากว่าแล้ว คนล่าเนื้อก็ตอบคืน
"น้องชายเอ๋ย ความอันมึงว่ามานั้น ช่างดีนักหนา ช่างมีค่าเหนือความคนอื่น บ่มีคนใดปากอย่างนี้กับเรามาก่อนในเมืองนี้ ความมึงช่างเที่ยงแท้ยิ่งนัก บ่ใหญ่ไปบ่น้อยไป"
ปากแล้วดั่งนั้น คนล่าเนื้อก็เอาเนื้อชิ้นใหม่ไปให้ลูกชายคนที่สี่

แล้วแล้วข้า จื่อจำไว้เน้อ สูเจ้าทังหลาย ความปากว่าดีช่างมีคนใคร่