Friday, July 20, 2012

ความเชื่อเมื่อก่อน: ห้ามย่างข้ามหนังสือ

"หนังสือ" บ่ก็ "พลับ" ถือว่าเป็นอีกนึ่งสือการเรียนรู้ อันเป็นแหล่งรวบรวมบอกสอน ความรู้ ลิกตัวความเล่าต่างๆเอาไว้ให้เราข้าเรียนรู้. คนในยามก่อนจึ่งมีความนับถือหนังสือที่อ่านเป็นอย่างหนัก. ดั่งนั้นคนในเมื่อหลังจึ่งมีความเชื่อเกี่ยวกับหนังสือหลายหลวง. 

ดั่งความเชื่อที่ว่า "ห้ามย่างข้ามหนังสือ" ย้อนเชื่อว่าจักเรียนบจื่อ. หากเร็ดเช่นนั้นเขาเจ้าถือว่าเป็นการบ่ให้ความนับถือ และถือว่าเป็นการลบหลู่ บ่ว่าจักเรียนรู้อันใดก็ตาม ก็จักจื่อบ่ค่อยได้, บ่หัวไวเพราะบ่นับถือหนังสือ.

Thursday, July 19, 2012

ผู้ดูดาว


ชายผู้นึ่งสนใจในการของดวงดาวนักหนา. เพื่อนเรียนหนทางดวงดาวเเละเรียนรู้ถึงความแรงของ ดวงดาวอย่างดีลึก.
คืนนึ่งเพื่อนเฝ้าเห็นการหมุนเวียนของดวงดาว ตั้งเเต่ค่ำจนดึก.
เพื่อนย่างเเหงนหน้ามองท้องฟ้าเพื่อตามดูดาวหมุนเวียนไปเรื่อยๆ จนย่างออกจากหนทาง เเล้วพลัดตกลงไปในหนองน้ำ.
"ช่วยข้าด้วย! ช่วยข้าด้วย!"
ผู้ดูดาวได้เเต่ร้องดังขอความช่วยเหลือ จนเสียงเเหบเสียงเเห้งกว่าจะมีชาวบ้านผ่านมาช่วยดึงขึ้นจากน้ำ.
"เพื่ออันใดเจ้าถึงใคร่รู้การงานเมืองฟ้าเมืองบน จ่งเรียนรู้การงานเมืองหล้าเมืองลุ่มให้ดีเสียก่อนเถิดนา." หมู่ชาวบ้านพากันปาก.

จื่อจำไว้นาสูเจ้า ต้องรู้หนทางย่างของตนก่อนที่จักเรียนรู้หนทางย่างของผู้อื่น.

ธอร์ในเมืองวิน

ธอร์ในเมืองวิน
(ความเล่าชาวนอร์ส)
พวกชายนอร์สพักในเมืองวินในคืนนั้น อันสุดท้ายกลายเป็นเมืองที่ร้ายหลายหลวง. เขาเจ้าบ่มีของกินแล้ว และ การล่าเนือก็แล้วสิ้น. จึ่งสวดขอเจ้าฟ้าให้ส่งของกินมาให้ แต่ความตอบเจ้าฟ้ากลับบ่ไวทันใจดั่งที่หวัง.
เมื่อนั้น ผู้ล่าเนื้อ ชื่อว่า ธอร์ฮอลล์ หายตัวไป และเขาเจ้าจึ่งออกไปตามหาเพื่อน. ตามหาถึงสามวัน และ ในวันที่สี่ คาร์ลเซฟนี และ เบียร์นี พบเพื่อนเหนือบนหน้าผา. เพื่อนทึกมองดูบนท้องฟ้าอยู่ ตา ปาก และ รูดังเปิดกว้างอยู่ โดยเกาตัวตน และ อยิกตัวตน และ ปากบ่นอันใดอยู่.
"เจ้ามาเร็ดการอันใดที่นี่" เขาเจ้าถามเพื่อน
"มันบ่ใช่การอันใดของสูเจ้า" เพื่อนตอบ "บ่ต้องห่วงข้าดอก ข้าโตพอที่จักดูแลตัวตนได้"
"กลับคืนมากับตูข้าเถิด เพื่อนเอ๋ย" เขาเจ้าปาก
แล้วเพื่อนก็กลับไปกับเขาเจ้า.
หลังจากนั้นบ่หึงนาน ก็มีปลาวาฬลอยมาชายหาด. เขาเจ้าจึ่งรีบแล่นไปแล่เนื้อมัน. บ่มีผู้ใดรู้แล้วว่ามันเป็นปลาวาฬเชื้อใด แม้นแต่คาร์ลเซฟนี ผู้รู้ดีการปลาวาฬก็บ่รู้. พวกพ่อครัวก็ต้มเนื้อปลา แต่เมื่อเขาเจ้ากินเนื้อลงไป ก็ป่วยไข้.
แต่นั้นผู้ล่าเนื้อธอร์ฮอลล์ก็ย่างเทียวไป แล้วปากว่า "พี่หนวดแดงกลายเป็นผู้มีค่ามากกว่าเจ้าฟ้าแล้วฤๅ. เนื้อนี้เป็นของขวัญเพื่อกลอนอันข้าเขียนแต้มให้แก่เจ้าข้า ธอร์. ท่านธอร์บ่เคยเร็ดให้ข้าผิดหวังสักเท่าใด."
ยามนี้ทุกคนก็นึกได้ จึ่งบ่กินเนื้อปลาวาฬนั้น และก็โยนเนื้อถิ้มไปยังหน้าผา และก็ขอให้เจ้าฟ้าล้างความผิด. จากนั้นดินฟ้าก็ดีขึ้น อันเร็ดให้เขาเจ้าออกหากินตกปลาได้แถม และหลังจากนั้นก็บ่มีการขาดของกินอีกแล้ว.



Tuesday, July 17, 2012

เจ้าญิงกับหมากถั่วเขียว


เจ้าญิงกับหมากถั่วเขียว
ครั้งนึ่ง มีเจ้าชายผู้ต้องการเป็นผัวเจ้าญิง แต่นางจักต้องเป็นเจ้าญิงแท้. ท่านชายท่องไปยังทั่วหล้า เพื่อที่จักหานาง แต่ท่านกลับหาสิ่งที่ต้องการบ่ได้แล้ว. ที่แท้ มันก็มีเจ้าญิงหลายหลวงอยู่ดอก แต่มันยากเกินที่จักรู้ว่าคนใดเป็นเจ้าญิงแท้. มักมีอันใดบางอย่างที่ผิดทางหล้าเกี่ยวกับพวกนาง. ท่านชายจึ่งกลับเมือบ้าน และ ก็เสียใจตามเคย ย้อนความอยากได้เจ้าญิงแท้นักหนา.
เมื่อตอนแลงวันนึ่ง ก็มีลมหลวงร้ายพัดเข้ามา ฟ้าผ่ารุนแรง และฝนก็ตกหนัก. ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคราะปากตูที่ปากตูเมือง และเจ้าหอฅำก็ไปเปิดออก.
เป็นเจ้าญิงอยืนอยู่ข้างหน้าปากตูเมือง. แต่ ให้ตายแล่ ผู้ใดจักทนดูนางได้เล่า ทังฝนและลมแรงได้เร็ดให้ความเป็นเจ้านางหายไปหมด. แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นเจ้าญิงเจ้านางแท้อีก.
อย่างใด ตูก็จักได้รู้อีกบ่หึงบ่นาน เจ้านางเถ้าผู้เป็นเมียเจ้าหอฅำคึดขึ้น แต่บ่ได้ปากอันใดออกมา และ ก็กลับไปห้องนอน เอาผ้าปูที่นอนออกทังหมด และ ก็วางหมากถั่วเขียวเมล็ดนึ่งลงเหนือพื้น. จากนั้น ก็เอาฟูกซาวอันวางบนหมากถั่ว แลัวก็เอาที่นอนยัดขนเป็ดอีกซาวอันไปวางทับเข้าอีก.
เจ้าญิงต้องนอนบนที่นอนนั้นทังคืน. ยามเช้า เขาเจ้าก็ถามว่านางว่าได้นอนหลับดีบ่.
"โอ๊ย แย่แท้ๆ" นางปาก. "ข้าได้หลับตาไปหน้อยเดียวเท่านั้นทังคืน. จักมีผู้ใดรู้บ้างเล่า ว่าต้องนอนเหนืออันใดบ่รู้แข็งๆ ข้าจึ่งตัวเขียวช้ำไปหมดทังตัวแล้ว. บ่ดีแล้ว."

บัดเดียวน้้น เขาเจ้าก็รู้ว่านางเป็นเจ้าญิงแท้ ย้อนว่านางได้รู้สึกหมากถั่วเขียวผ่านฟูกซาวอัน กับ ที่นอนยัดขนเป็ดซาวอัน.
  บ่มีคนใดดอกนอกจากเจ้าญิงแท้ ที่จักมีความรู้สึกอ่อนไหวปานนั้น.
เจ้าชายจึ่งเอานางเป็นเมีย ย้อนบัดเดียวนี้ท่านรู้แล้วว่ามีเจ้าญิงแท้ ส่วนหมากถั่วเขียวก็วางอยู่ในโรงชมของ อันเป็นที่ที่ช่างชมหมากถั่วได้อยู่ หากบ่มีผู้ใดลักไป.
นี้แหละ เป็นความเล่าแท้ข้านา.

Monday, July 16, 2012

เสือเจ้าป่ากับลา

เมื่อเสือเจ้าป่าร้องในยามออกล่าเนื้อ ตัวมีใจต่างๆ ที่ผ่านมาก็จะหวาดกลัว เเละรู้ว่าเป็นเสียงเสือเจ้าป่า จึ่งมักวิ่งหนีไปได้ก่อนที่จะกลายเป็นของกินอันหวานของเสือเจ้าป่า. เสือเจ้าป่าจึ่งแกล้งเร็ดเป็นเพื่อนกับลา เเล้วชวนลาไปล่าเนื้อด้วยกัน ลาดีใจนักที่ได้เป็นเพื่อนกับเจ้าป่า จึ่งเร็ดตามที่เสือเจ้าป่าบอกทุกอย่าง. ลาเข้าไปซุ่มซ่อนในพงไม้ พอตัวมีใจต่างๆ ผ่านมาลา ก็จะเเหกปากร้องสุดเสียง พวกตัวมีใจต่างๆ บ่เคยได้ยินเสียงลา จึ่งพากันวิ่งไปอีกทางนึ่ง อันเสือเจ้าป่าดักซุ่มอยู่. วันนั้นเสือเจ้าป่าจึ่งได้กินตัวมีใจหลากหลายเชื้อจนอิ่มพุงบาน. ลาก็ปากอวดอย่างอวดใจว่าที่เสือเจ้าป่ากินอิ่มได้ก็ย้อนเสียงอันหน้ากลัวของตัว. เสือเจ้าป่าก็ได้เเต่ยกยอลา ทังๆ ที่รู้ว่าตัวมีใจต่างๆ นั้นวิ่งหนี เพื่อตกใจในเสียงแปลกๆ ของลาต่างหาก.