Wednesday, December 19, 2012

ช้างกับเสือ



เชียงเมี่ยงมาก่อนไก่


มีวันหนึ่ง เจ้าหอฅำได้สั่งให้คนสึกหลวงไปบอกกับเชียงเมี่ยงให้มาหาในวันพรุ่งนี้ตอนเช้าเเต่มีข้อเเม้ว่าเชียงเมี่ยงจักต้องมาก่อนไก่ขันตอนเช้า หากเร็ดตามบ่ได้จักถูกเร็ดร้ายสั่งสอน. หลังจากคนสึกหลวงได้รับคำสั่งก็ฟ้าวเอาคำสั่งนี้ไปเเจ้งให้เชียงเมี่ยงได้รู้ทันที. ฝ่ายเชียงเมี่ยงหลังจากได้รับคำสั่งจากคนสึกหลวงก็บ่ยินเป็นห่วงอันใด. เมื่อตาวันตกดิน เชียงเมี่ยงก็เข้านอนตามทั่วไป จนยามล่วงผ่านใกล้จักแจ้ง ไก่ก็ขันดังๆ ขึ้น เชียงเมี่ยงจึ่งลงจากเรือนเข้าไปหาคอกไก่เเล้วจับเอาไก่พ่อตัวหนึ่งเอามาผูกเชือกไว้เเล้วเชียงเมี่ยงจึ่งกลับขึ้นเรือนไปนอนต่อ. เมื่อตาวันขึ้นเป็นวันใหม่ เชียงเมี่ยงก็ลุกจากที่นอนล้างหน้าล้างตาหาเข้ากินตามทั่วไปบ่ได้รีบร้อนสัง โดยบ่สนใจว่าเจ้าหอฅำให้เข้าเฝ้าด่วนปานใด.
ตกตอนบ่าย ใกล้ค่ำเเล้ว เชียงเมี่ยงจึ่งออกจากเรือนเเล้วก็จูงไก่ตัวที่มัดเชือกไว้ย่างไปตามทางฟังเสียงไก่ร้องดังๆ ตามหลัง. เชียงเมี่ยงร้องดุใส่ไก่ว่า 
"มึงนี้ จักร้องไปเร็ดสัง. บ่รู้หาว่าเจ้าหอฅำ เพื่อนให้ไปพ้อไว. เพื่อนบอกว่าให้กูย่างก่อนเเล้วมึงย่างตามหลัง มึงจักร้องไปเร็ดสัง. หากมึงบ่ฟังความ กูกลับมากูจักข้ามึงแปลงลาบเสีย"
เชียงเมี่ยงย่างลากไก่ไปตามทาง คนใดๆ ก็พากันว่าเชียงเมี่ยงสังเร็ดบ่ดีเเท้ เที่ยวลากไก่ย่างไปตามทาง. เชียงเมี่ยงจั่งตอบไปว่า
"สูเจ้าจักมาปากมาว่าติข้าไปเพื่ออันใดหา. เจ้าหอฅำสั่งให้ข้าไปเข้าเฝ้าก่อนไก่. ข้าจึ่งจูงไก่มาตามหลังนี่ใด"
เชียงเมี่ยงไปรอดวังก็เข้าไปน้อมไหว้ท่านเจ้าหอฅำทังถามเพื่อนว่า 
"เจ้าหอฅำ มีความอยากใคร่อันใดข้าน้อยฤๅ ที่ร้องมาเข้าเฝ้าก่อนไก่ บัดนี้ข้าน้อยก็ได้เร็ดตามคำสั่งเสี้ยงเเล้ว แม่นจูงไก่มาตามหลัง. ปากง่ายๆ ก็แม่นข้าน้อยมาก่อนไก่."
หลังจากเจ้าหอฅำได้ฟังเชื้อนั้นก็คึดใจร้ายเชียงเมี่ยงอยู่ในใจเเต่ก็คิดถึงคำสั่งอันคลุมเครือของตัวเก่า จึ่งเร็ดให้หมากเป็นเช่นนี้

Thursday, December 13, 2012

ลูกอ่อนเลี้ยงแกะมักหลอก


วันหนึ่ง มีลูกอ่อนเลี้ยงเเกะคนหนึ่งคิดหาเรื่องม่วนๆ เหล้น. มันจึ่งเเกล้งร้องดัง ขึ้นมาว่า
"ช่วยด้วย! ช่วยตูข้าด้วย" เทียวหันซ้ายหันขวา "หมาป่าหมาเถื่อนมากินหมู่ลูกเเกะข้าเเล้ว ช่วยด้วยน้อ!"
ร้องแล้วแล้วก็หัวกับตัวเก่า. "ห้าๆ เขาเจ้าคงเชื่อกูกันใหญ่."
ชุมไทบ้านได้ยิน จึ่งพากันแล่นมาช่วยพร้อมด้วยเครื่องปืนต่างๆ 
"อยู่ที่ใดกันๆ ข้าบ่เห็นอันใดทังสิ้น. สูเจ้าเห็นบ่."
"ตูข้าก็บ่เห็น. บ่เห็นมีหมาป่าสักตัว."
ลูกอ่อนปากว่า "มันแล่นไปทางพู้นเเล้วน้อ."
ลูกอ่อนเลี้ยงเเกะหลองลวงปากว่าบ่แท้เเล้วก็เเอบหัวชมใจเมื่อหลัง.

หลังเมื่อนั้น ลูกอ่อนเลี้ยงเเกะก็เเกล้งหลอกให้ไทบ้านแล่นหน้าตื่นเหมือนเก่าได้อีก ๒- ๓ ครั้งคราว. ชุมไทบ้านก็พากันมาช่วยคู่ครั้ง แต่ก็บ่เห็นว่ามีหมาป่าสักตัว.

จนวันหนึ่ง มีหมาป่ามาไล่กินหมู่แกะแท้ๆ ทีนี้ลูกอ่อนเลี้ยงเเกะ ร้องขอความช่วยเหลือจนเสียงแหบเสียงแห้ง. "ช่วยด้วยๆ ช่วยตูข้าด้วย. หมาป่ามากินแกะน้อยแล้ว." ร้องอีกจนน้ำตาไหลเข้าปาก.
ชุมไทบ้านก็บ่มาเพื่อเขาเจ้าคิดว่าลูกอ่อนนั้นหลอก.
"ตูข้าบ่เชื่อมันดอก. สูเจ้าอย่าไปช่วยมันน้อ."
และแล้ว หมาป่าก็ไล่กินแกะจนหมดจนเสี้ยง. จากนั้นลูกอ่อนคนนั้นก็บ่กล้าปากบ่เที่ยงบ่แท้อีกสืบมา.

Wednesday, December 12, 2012

กินนรี

กินนรีและกินนรา ขาสองตัวผัวเมียนั้น ฟ้อนและร้องความม่วนชื่นกันอยู่ในป่าในเถื่อน. มีผู้ล่าเนื้อคนหนึ่ง ไปวางกับดักแล้วจับขาทังสองได้. 
"กูเอาไปให้เจ้าหอฅำดีกว่า" เพื่อนปากกับตัวเก่า.
เมื่อขาให้ยินก็ปากดังขึ้นว่า "เจ้าพี่อ้ายเหย ปล่อยเผือข้าไปเถิด."
"มิได้ดอก กูปล่อยเขือมิได้ดอกโว้ย."
เพื่อนปากแล้วก็เอาไปรอดในเวียงเพื่อเอาไปให้เจ้าหอฅำ. เจ้าหอฅำชมดีใจยิ่งนัก.
"เขือร้องความให้กูชมบัดเดียวนี้." เจ้าหอฅำสั่งขา. "และก็ฟ้อนให้กูชมด้วย."
ขาผัวเมียก็อยู่ไว้เอย็นเอย็น พากันมองลงพื้น ปากปิดมิดชิด.
"เขือเป็นอันใดกัน." เจ้าหอฅำปากดัง เอามือตบแท่น คิ้วชนกันแหน้น มองทังสองบ่ปล่อยสายตา. "เพื่ออันใดถึงอยู่นิ่งซื่อๆ"
ใช้วันหนึ่งบ่ฟ้อน ใช้สองวันก็บ่ฟ้อน ใช้สามวันเต็มเต็ม ความก็ยังบ่ร้องให้ชม. ฟ้อนก็บ่ฟ้อนให้ชมด้วย. ขุนหอฅำใจดำยิ่งนัก.
"นี้เขือกล้าดีกับกูแม่นบ่." ปากแล้วก็หันไปมองหมู่บ่าวใช้ "นี้สูเจ้าทังหลาย" เจ้าหอฅำเอามือชี้ขา. "จ่งพากันเอาขาไปข้าตายถิ้มเสียบัดเดียวนี้."
กินนรีได้ยินจั่งบอกเล่ากับเจ้าหอฅำ อย่างน้ำตาร่วงน้ำตาไหล. 
"อย่าข้าเผือข้าเถิดเจ้าข้า. หากเผือข้าทังสองฟ้อนให้ชม ร้องความให้ชมแล้ว คนว่าดีก็มี คนว่าช้าก็มี. เผือข้าจั่งบ่กล้าออกเสียงเจ้าข้า. ไว้สายใจสองเผือด้วยเถิดเจ้าข้า." กินนราเอามือเช็ดน้ำตาเมีย.
เมื่อเดียวนี้แท้ สบดีความงาม ถึงคราบถึงยามจั่งปากจั่งว่า เหมือนดั่งความกับถูก.
"ข้าขอบอกเล่าเจ้าข้า." กินนรีปากต่อ.
เมื่อยามนั้น เจ้าหอฅำคิดไว้. บัดเดียวนี้บ่ใจดำแล้ว.
"ใช่แท้ เออ ความนี้." เจ้าหอฅำปากกับตัวเก่า. แล้วหันไปหาผู้ล่าเนื้อ. "ผู้ล่าเนื้อ โว้ย. ที่อยู่เก่าขาที่มึงเอามานั้น กลับฅืนไปปล่อยขาดีดีเสีย. คำสั่งมีดั่งนี้แหละ."

Monday, December 10, 2012

ความเป็นมาของ แมนนี่ ปาเกียว

พ่อชายแมนนี่ ปาเกียว (Manny Pacquiao) หรือ แมนนี่ ปาเกียว เปนผู้ตีต่อยลุ่มฟ้าและผู้การเมืองคนฟิลิปปินส์. ออกเห็นหล้าเมื่อวันที่ 17 เดือนสิบสอง ปี พ.ศ. 2521 ที่ เวียงบูคิดนอนเมืองฟิลิปปินส์. เพื่อนมีชื่อเต็มว่า เอ็มมานูเอล ดาปิดราน ปาเกียว (Emmanuel Dapidran Pacquiao). 


ความเปนมา

แมนนี่ ปาเกียว ออกเห็นหล้าในเครือครอบครัวที่ยากจนนักในเวียงบูคิดนอน อันเปนเวียงทางตอนใต้ของเมืองฟิลิปปินส์ โดยเปนลูกชายคนที่ 2 ในกลุ่มลูก ๆ ทังหมด 4 คน ของ พ่อชายโรซาลิโอ และ แม่ญิงดิโอนิเซีย ปาเกียว. ขาเจ้าทังคู่แยกทางกันตั้งแต่ปาเกียวยังน้อยๆ. ปาเกียวขึ้นชกต่อยด้วยความยากจน ขึ้นชกต่อยลุ่มฟ้าเปนหน้าที่การงานครั้งที่หนึ่งเมื่อต้นปี พ.ศ. 2538 ที่เวียงมะนิลา อันเปนเมืองหลวงของเมืองฟิลิปปินส์. เพื่อนได้ค่าตัวครั้งที่หนึ่ง 100 เปโซ โดยส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัวบ่อยุด.

แมนนี่ ปาเกียว นั้น เหล่าผู้คนถือเปนผู้ตีต่อยเชื้อฟิลิปปินส์ที่บ่เหมือนกับผู้ตีต่อยฟิลิปปินส์ผู้อื่น ๆ ด้วยเปนการตีต่อยแบบหนักหนา. หมัดหนักทังซ้ายและขวา ใจห้าวหาญบ่กลัวบ่อย้านคนใด และการเป็นอยู่ของร่างอันแข็งแกร่ง.

หลังจากนั้น ปาเกียวก็ได้เที่ยวไปชกต่อยและใช้สายใจในเมืองรวมอเมริกา ก่อนที่จักมีชื่อเสียงในยามต่อมา.


การเปนอยู่ส่วนตัว 

ปาเกียวแต่งงานกับแม่ญิงจินกี้ จาโมร่า เมื่อปี พ.ศ. 2541 ตอนที่แม่ญิงจินกี้ขึ้น 18 ปี ปาเกียวขึ้น 19 ปี. บัดเดียวนี้ ขาเจ้าทังคู่มีลูกด้วยกันทังหมด 4 คน. ปาเกียวเปนผู้ตีต่อยที่ไว้ผมยาว โดยเจ้าตัวให้หมากการว่าเนื่องจากว่าเพื่อนมักพอใจพ่อชายบรูซ ลี จึ่งไว้เลียนแบบ.

อ้างอิง
http://th.wikipedia.org/wiki/แมนนี่_ปาเกียว accessed 12/10/2012