Friday, January 29, 2016

สิงโตป่วย


(เวอร์ชั่นเดิมเค้า: http://นิทานอีสป.net/p=12)

เมื่อครั้งหนึ่ง มีสิงโตตัวหนึ่งได้มาถึงแผวช่วงสุดท้ายของสายใจชีวิต มันนอนป่วยรอถ้าความตายใกล้ ๆ ถ้ำของมัน มันหายใจอย่างแผ่วเบา สัตว์ตัวมีใจต่าง ๆ พากันมารายล้อมรอบตัวสิงโต และย้ายตัวเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่ามันช่วยตัวเก่าตัวเองไม่ได้ พอหมู่ฝูงสัตว์ตัวมีใจแน่ใจว่าสิงโตกำลังพวมจะตาย พวกมันคิดคึดกับตัวเองตัวเก่าว่า “ตอนนี้ถึงฮอดยามแล้วที่จะเอาคืนคู่ปรับเก่าที่แสนสวกดุร้าย” ดังนั้นหมูป่าจึ่งเข้ามาและเอาเขี้ยวแทงไปที่ตัวสิงโต แล้วพ่อวัวตัวหนึ่งก็ใช้เขาของมันขวิดสิงโต แต่ว่าสิงโตยังคงนอนแน่นิ่งหนิมช่วยตัวเองบมิได้อยู่ต่อหน้าหมู่มัน ด้วยเหตุเค้าเหง้านี้ เมื่อเจ้าลารู้สึกปลอดสิ่งหน้ากลัวอย้านดีแล้ว มันก็ย่างก้าวเข้ามา หันหางไปกินสิงโตและใช้ตีบหลังถีบหน้าสิงโต “นี่คือความตายอย่างสองเท่าตัว” สิงโตครางร้อง

มีบางคำที่ไม่สามารถใช้คำรากเค้าไทยแท้ ๆ จึ่งยืมมาจากภาษาไทอื่น 
สัตว์ = ตัวมีใจ (จากไทใหญ่)
ชีวิต = สายใจ (จากไทใหญ่)
เหตุ = เค้าเหง้า (จากไทขืน)
ตัวเอง (เอง ข.) = ตัวเก่า (จากคำเมือง)

นอกจากนี้ยังมีการเติมคำจากภาษาไทอื่นด้วย ได้แก่
แผว, ฮอด = ถึง
คึด = คิด
ถ้า = รอ
พวม = กำลัง (ข.)
สวก = ดุ
หนิม = นิ่ง
อย้าน (หย้าน) = กลัว

หมาที่ซื่อใส

หมาที่ซื่อใส 

เรือนหลังหนึ่งเลี้ยงหมาเอาไว้เฝ้าเรือน หมาตัวนั้น ซื่อใสมากนัก ในยามกลางคืนเมื่อตอนที่มันนอนหลับ ถ้าหากได้ยินเสียงแปลก มันก็จะลุกขึ้นมาเห่าบมิขาด เพื่อเตือนสิ่งที่หน้ากลัวเเก่เจ้าของเรือน

คืนหนึ่ง มันไ้ด้ยินเสียงฝีตีนคนย่ำใบไม้ดังกรอบเเกรบ เเผ่วเบาที่ใกล้รั้วเรือน

เเม้จะได้เห็นว่าเป็นคนใดมันก็ส่งเสียงเห่าทำเร็ดเสียงขู่ไว้ก่อน

เจ้าหัวลักจึ่งโยนเนื้อชุบยาเบื่อชิ้นหนึ่งเข้ามาในรั้ว หมาเฝ้าเรือนย่างก้าวเข้าไปดม ๆ เเต่ก็บมิกิน

มันยังคงเห่าต่อไปจนพอเจ้าของเรือนออกมาดูผ่อ เเล้วก็ช่วยกันจับคนลักได้ในที่สุด